วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้ใช้พื้นที่สวนจิตรลดาเป็นที่ตั้งของโครงการส่วนพระองค์ โดยทรงจำลองความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพเกษตรในภาคต่าง ๆ เพราะพระองค์ทรงทราบความเดือดร้อนของราษฎร คราวใดที่พระองค์เสด็จฯไปเยี่ยมเยียนประชาชนทั่วภูมิภาคในประเทศ ผลการทดลองทำให้พระองค์ทรงรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ อันเกิดกับประชาชนผู้ดำรงชีพเกษตรกร พระองค์ทรงแก้ปัญหาเหล่านั้นตรงเป้า ตามความต้องการของราษฎรไทย
โครงการส่วนพระองค์ จะเน้นถึงการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยทางการเกษตรมาใช้สอยอย่างประหยัด รู้คุณค่า และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาช่วยศึกษาและทำการทดลองแล้วรวบรวมผลเพื่อเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์และเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรทั่วไป ลักษณะโครงการมี 3 แบบ คือ
- เป็นโครงการทดลอง โดยการเก็บข้อมูลไว้เพื่อศึกษา และเพื่อผู้สนใจไปศึกษา
- เป็นโครงการตัวอย่าง มีตัวอย่างให้ผู้สนใจศึกษาอย่างแน่ชัด
- เป็นโครงการไม่หวังผลกำไรตอบแทน ไม่เน้นการกำไรหรือขาดทุน แม้จะมีโครงการใดขาดทุนก็ยังดำเนินต่อไป โดยพิจารณาจากโครงการที่มีกำไรมาจุนเจือโครงการขาดทุนโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจแต่เป็นโครงการแบบกึ่งธุรกิจ
โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสวนราชการหลายหน่วยงาน เช่น ป่าไม้สาธิต ข้าวไร่ นาข้าวทดลอง บ่อเลี้ยงปลานิล โรงโคนมสวนจิตรลดา บ้านพลังแสงอาทิตย์ เครื่องอบแห้งพลังแสงอาทิตย์ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หน่วยเพราะพันธุ์ไม้ โครงการปลูกผักโดยปราศจากดิน สวนพืชสมุนไพร และศูนย์คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
โครงการแบบกึ่งธุรกิจ เป็นโครงการทดลองแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จัดจำหน่ายราคาย่อมเยา นำผลกำไรขยายกิจการต่อไป เช่น การผลิตนม ศูนย์รวมนมสวนจิตรลดา ผลิตน้ำกลั่น โรงเนยแข็ง โรงนมเม็ด โรงสีข้าวตัวอย่าง โรงน้ำผลไม้บรรจุกระป๋องสวนจิตรลดา โรงเพาะเห็ด โรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น
สวนจิตรลดาจึงเป็นศูนย์รวมโครงการทดลองโครงการตามพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเกษตรกรอย่างเต็มที่ ทรงทำเพื่อไพร่ฟ้าประชาชนในแผ่นดินของพระองค์อย่างแท้จริง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักว่า แหล่งน้ำและการชลประทาน มีความสำคัญต่อการเกษตร พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการน้ำและการชลประทาน จึงเป็นหัวใจหลักที่จะพัฒนาความเป็นอยู่เกษตรกรให้อยู่เย็นเป็นสุข ช่วยเหลือตัวเองได้ จนยืนอยู่บนขาของตน น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญ และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำเกษตรกรรม ดังพระราชดำรัสว่า
“น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานเกษตรกรรม ถ้าแก้ปัญหาในเรื่องแหล่งน้ำที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ก็จะพลอยดีขึ้นติดตามมา...”
หรือ“หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้เพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำคนอยู่ไมได้...”



1.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภค
นับเป็นโครงการที่มีมากกว่าโครงการอื่น ๆ โดยลักษณะของภูมิประเทศบางแห่งแห้งแล้งขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และอุปโภคบริโภค แต่ทว่าบางแห่งมีน้ำมากเกินความต้องการทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ดังนั้นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำส่วนมากจะปรากฏการสร้างอ่างเก็บน้ำหรือทำฝายทดน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำหรือสร้างฝายทดน้ำ ล้วนสร้างขึ้นเพื่อการจัดสรรน้ำไปใช้สำหรับการเพาะปลูกทั้งพืชไร พืชสวน ผักต่าง ๆ แม้แต่การเลี้ยงสัตว์ เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการแรกตามพระราชดำริ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2506 เพื่อแก้ปัญหาแหล่งที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตรนั่นเอง
2. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธาร
เป็นโครงการสร้างฝายขนาดเล็ก ที่เรียกว่า “ฝายแม้ว” โดยจัดทำเป็นช่วง ๆ ชั้นระยะบนสายน้ำที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกหรืออุปโภคบริโภค น้ำที่ถูกเก็บกักไว้เป็นระยะ ๆ ยังเป็นประโยชน์ต่อหน้าดิน เพราะน้ำค่อย ๆ ซึมผ่านผิวดินทำให้เกิดความชุ่มชื้น ต้นไม้เจริญงอกมงาม นับเป็นการอนุรักษ์ป่าไม้อีกทางหนึ่ง โครงการประเภทนี้จะมีมากทางแถบภาคเหนือ และบางส่วนในภาคอีสาน
3.โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า
ตามชนบทที่มีน้ำมากพอ และเป็นแหล่งน้ำบนที่สูง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้สร้างท่อส่งน้ำไปหมุนกังหันเพื่อการผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก สำหรับไว้ใช้ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานบนดอยอ่างขาง ขนาดผลิตพลังไฟฟ้า 7 กิโลวัตต์ ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่




4.โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม
โครงการนี้เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม ปริมาณน้ำท่วมขังทำการเพาะปลูกไมได้ผล ประชาชนในพื้นที่อยู่อาศัยด้วยความลำบาก เพราะน้ำท่วมในเขตชุมชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความลำบากของประชาชน จึงทรงมีพระราชดำรัสจัดทำโครงการระบายน้ำในเขตชุมชน ได้แก่ โครงการระบายน้ำพรุบาเจาะ และโครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆในภาคใต้และโครงการบรรเทาอุทกภัยระบายน้ำทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร
5.โครงการบรรเทาอุทกภัยโครงการตามพระราชดำ อันเนื่องจากความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม ทำให้แม่น้ำลำคลองมีระดับน้ำสูงเอ่อล้นในฤดูน้ำหลาก เกิดความเดือดร้อนต่อความเป็นอยู่และอาชีพประชาชน เช่น พื้นที่เพาะปลูกน้ำท่วมสูง ก่อให้เกิดความเสียหาย รวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัยในเขตชุมชนน้ำท่วม จึงเกิดโครงการตามพระราชดำรุ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเหล่านี้ เช่น โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนเก็บกักน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล เพื่อบรรเทาอุทกภัยป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นต้น



โครงการร่วมมือที่หุบกะพง เป็นที่มาให้เกิดโครงการพัฒนาที่ดินอีกมากมายหลายโครงการเพื่อพัฒนาที่ดิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มี่ที่ดินทำกินเป็นของตนเอง พระองค์ทรงมุ่งที่จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยการนำที่รกร้างว่างเปล่าหรือป่าหมดสภาพจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติ พัฒนาแหล่งดินเหล่านั้นให้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ จากนั้นจึงนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ทำกินเข้าไปจับจองที่ดิน แล้วจัดสรรในรูปของสหกรณ์ โดยสมาชิกของสหกรณ์มีสิทธิ์ทำมาหากินบนที่ดินนั้นตลอดชั่วลูกชั่วหลาน แต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะนำที่ดินนั้นไปซื้อขาย เพื่อป้องกันนายทุนเข้าไปใช้กรรมสิทธิ์เพื่อการยึดครองในที่ดินนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเป็นห่วงพสกนิกรเรื่องที่ทำกิน ทรงพระราชทานที่ดินที่เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้รัฐบาลนำไปปฏิรูปเพื่อแจกจ่ายเป็นเอกสิทธิ์ให้แก่ราษฎรผู้ไร้ที่ดินทำกิน เป็นจำนวนที่ดินมากกว่า 50,000 ไร่ ในเขตพื้นที่ 17 จังหวัด บริเวณที่ดินนั้นยังโปรดเกล้า ฯ ให้จัดสร้างถนน ขุดคลอง สร้างอ่างเก็บน้ำ แล้วฝึกอบรมให้ความรู้ชาวบ้าน จัดสรรเงินทุนเพื่อเป็นกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้ราษฎรเหล่านั้นมีความรู้ด้านการเกษตรและมีเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพอีกด้วย
อากาศที่ปลายฤดูฝนเย็นลง ลมพัดเอื่อยเฉื่อย บางครั้งพัดแรงจนต้นไผ่แนวรั้วกวัดแกว่งใบเรียว เสียดสีดังหวีดหวิว บางครั้งซู่ซ่าสลับกับเสียงเบียดลำออดแอด มะกอกป่าต้นใหญ่เริ่มใบเหลืองเหมือนกล้วยน้ำว้าจะสุก เมื่อเหลืองพร้อมกันทั้งต้นใบจะร่วมพรูราวกับถูกโปรยหว่าน การเริ่มสลัดใบของมะกอกป่าทำให้รู้ว่าฤดูหนาวจะเริ่มแล้ว
ตายังทำงานอย่างมุ่งมั่นทั้งที่วัยหกสิบกว่า นั่งทำงานติดต่อกันครั้งละหลายชั่วโมง ตารับผิดชอบในหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ จะหยุดพักก็ต่อเมื่องานที่ตาทำนั้นเสร็จไปส่วนหนึ่งตามที่ตั้งเป้าไว้ คือ ตอนหกโมงเย็น ตาจึงจะลงไปยืดแข้งยืดขา รดน้ำกล้วยไม้ และต้นไม้ดอกอื่น ๆ ที่ปลูกไว้แถวเรือนกล้วยไม้ ลีลาวดีเริ่มทิ้งใบ บางต้นออกดอกอวดสีสันสวยงามให้ตาและคนในบ้านชื่นใจยามว่างเว้นการงาน ลงมาเดินดูใบไม้ดอกที่ตาหามาปลูกไว้
การได้ทำงานช่วยตาทำให้ผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณีกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทำให้ทราบว่าตลอดเวลา 60 ปีในการครองราชย์ พระองค์ทางงานหนักเพื่อประชาชน ไม่ว่าฤดูกาลใดพระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปเยี่ยมราษฎรทั่วราชอาณาจักร หมุนเวียนกันทุกปีตาบอกว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวโรกาสได้ทอดพระเนตรสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ และได้สดับตรับฟังปัญหาอุปสรรค และความทุกข์ยากในการดำรงชีพของพสกนิกรด้วยพระองค์เอง ทั้งยังได้ทรงทราบถึงสภาพดินฟ้าอากาศ และภูมิประเทศของแต่ละภูมิภาคอย่างถ่องแท้ ทรงมีพระราชปรารถนาแน่วแน่ที่จะทุ่มเทพระสติปัญญา พระราชทรัพย์ และกำลังพระวรกาย เพื่อแก้ไขปัดเป่าความทุกข์ยากของประชาชนให้ลดน้อยลง ทั้งนี้ความกินดีอยู่ดี และความเจริญพัฒนาของประเทศชาติสืบไป
“ตาครับ ถ้าพวกเราคนไทยมีความมุ่งมั่นในหน้าที่การงานของตน ดังที่พระเจ้าอยู่หัวทรงทำให้เราเห็น บ้านเมืองของเราคงเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ตาว่าจริงไหมครับ”“ฮือ เออพูเข้าท่า” ตาชมก่อนแล้วจึงพูดต่อมาว่า “จริงสิเอก..บ้านเมืองเรามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นแบบอย่างพสกนิกรในทุกอย่างไม่ว่าคุณธรรม จริยธรรม ความขยันหมั่นเพียร หากทุกคนทำงานอย่างมุ่งมั่น การงานก็จะสำเร็จผล ไม่ว่าคนในเมืองหรือคนอยู่ในชนบทก็จะช่วยตนเองได้ พระองค์เสด็จไป ณ ที่ใด ไม่ว่าสถานที่นั้นจะทุรกันดารแค่ไหน ทรงมีกระแสพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาท ให้ประชาชนพัฒนาอาชีพให้พอมีพอกิน ให้พึ่งตนเองได้ ค่อยเป็นค่อยไปตามกำลัง ไม่ต้องลงทุนมาก ใช้วิธีการง่าย ๆ โดยเฉพาะในชนบทควรเน้นอาหารหลักให้พอเพียง ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ปลา ผัก ผลไม้ และเป็ดไก่ เป็นต้น ต้องผสมผสานหลายอย่าง อย่าพึ่งพาเพียงอย่างเดียว และเมื่อเหลือบริโภคจึงจำหน่าย ทุกชุมชนต้องช่วยกันคิดด้วยความสามัคคี เพื่อร่วมกันผลิต ร่วมกันแปรรูป และร่วมกันจำหน่าย เช่น รวมกุล่มกันในรูปสหกรณ์ หรือจัดตั้งธนาคารข้าว ธนาคารโคและกระบือ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน...”

เอกโลกาตั้งใจฟังตาอธิบาย เขารู้สึกภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย มีพระเจ้าแผ่นที่ยิ่งใหญ่ ทรงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก
เมื่อเห็นหลานชายตั้งใจฟัง ผู้เป็นตาจึงอธิบายเกี่ยวกับพระราชภารกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไปอีก
“สำหรับปัจจัยพื้นฐานในด้านการผลิตนั้น ทรงแนะให้หน่วยงานราชการให้การสนับสนุน เช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ การพัฒนาแหล่งน้ำ การปรับปรุงดินและน้ำ ตลอดทั้งการส่งเสริมเส้นทางขนส่งในชนบท และช่วยแนะนำปัจจัยการผลิต และความรู้ทางวิชาการใหม่ ๆ เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พันธุ์ปลา การทำปุ๋ยอินทรีย์ และการฟื้นฟูสภาพป่าโดยปล่อยให้ป่าฟื้นฟูปรับสภาพตัวเอง โดยการสร้างฝายแม้วเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของป่า และการปลูกไม้ยืนต้น 3 อย่าง เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ ไม้เชื้อเพลิง ไม้ใช้สอย ไม้อาหาร และประโยชน์อย่างที่ 4 ได้แก่ การอนุรักษ์ดินและน้ำ”
“พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญ เพื่อกรบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชนชาวไทย เริ่มมาตั้งแต่ตอนไหนครับตา” เอกโลกาถาม

“พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เริ่มมาตั้งแต่พุทธศักราช 2493 นับเป็นเวลายาวนานที่ทรงมีพระราชดำริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อพสกนิกรชาวไทยของพระองค์มากมาย...”
น้ำเสียงของตาที่เปล่งออกมาแสดงถึงความปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณล้นเหลือ แววตาสดใสจดจ้องอยู่ที่พระบรมฉายาลักษณ์บนหิ้งบูชาด้วยความเทิดทูนบูชา ตาจึงยึดมั่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติตน แม้แต่ลูกหลานต่างยึดมั่นเป็นแบบอย่าง
“เราเป็นพสกนิกรของพระองค์ควรทำความดีประพฤติปฏิบัติตามภายใต้เบื้องธุลีพระบาท เด็ก ๆ ควรมีความเพียรพยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เช่น เรียนหนังสือก็ควรตั้งใจเรียน” ตาเน้นคำ
“ครับตา ผมจะเป็นคนดีเพื่อ “พ่อหลวง” ของเราครับ เอกโลกายืนยัน
ที่มา : “ในหลวงของปวงไทย” โดย โชติ ศรีสุวรรณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น