
เอกโลกาชอบฟังและชอบคุยกับตาเรื่องเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตาเล่าต่อมาว่า “ปี พ.ศ.2495 หลังจากเสด็จกลับจากรักษาพระองค์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาพำนักในประเทศไทยแล้ว พระองค์ได้เสด็จไปประทับพักผ่อนพระอิริยาบถ ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์เริ่มออกเยี่ยมประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับพระราชฐาน ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทรงเยี่ยมเยียน และการพระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรไทย...”
“ตอนนี้ พระเจ้าอยู่หัวท่านได้มาประทับอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวรแล้วใช่ไหมครับตา”
“ถูกแล้วลูก พระองค์จะไม่จากไกลพสกนิกรของพระองค์อีกแล้ว การออกเยี่ยมเยียนราษฎรขยายออกไปทุกภูมิภาคของประเทศไทย...”
“เรียกว่า ไม่มีที่ใดที่พระองค์ไม่เคยเสด็จฯ...” เอกโลกาพูดขณะสายตาจ้องอยู่ที่พระบรมฉายาลักษณ์ในกรอบหลุยส์สีทองบนฝาผนัง
“พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปพบปะปฏิสันถารเพื่อทรงทราบความทุกข์สุขของราษฎรด้วยพระองค์เอง ในทุกภาคของประเทศ ทรงดำริให้ก่อสร้างพระตำหนัก เช่น ภาคเหนือมีพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสาน มีพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ อยู่ที่จังหวัดสกลนคร และภาคใต้ มีพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อที่พระองค์จะได้เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนของพระองค์ แม้เวลาพระองค์ประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน กรุงเทพมหานคร ฯ พระองค์ก็เสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตจังหวัดใกล้เคียงอยู่มิได้ขาด...”

เมื่อเห็นเอกโลกามีความสนใจเรื่องเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของคนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีนั่นเอง ตาเอ่ยต่อมาว่า
พระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความเป็นอยู่ของราษฎรภายในประเทศซึ่งขึ้นอยู่กับอาชีพเกษตรกรรมเป็นพื้นฐานสำคัญ ไม่ว่าจะด้วยความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ที่ก่อให้เกิดความอยู่เย็นเป็นสุขของราษฎร ดังพระราชดำรัสว่า
“เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศที่ได้มาสร้างความเจริญในด้านต่าง ๆ เป็นรายได้จากเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่า ความเจริญของประเทศ ต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญ และงานทุก ๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ”ตามีความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก จัดหิ้งและวางโต๊ะหมู่บูชาไว้ภายในห้องพระของบ้านหนังสือซึ่งถูกออกแบบไว้อย่างเรียบง่ายดูงามตา อีกทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ในกรอบสีทองบนหิ้งติดผนังก็จัดวางพานพุ่มเงินพุ่มทองไว้ด้วย ตาจะทำพิธีถวายบังคมทุกคืนก่อนนอนเพื่อเป็นการถวายพระพร ด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดินจนหาที่เปรียบมิได้ การกระทำของตาเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูกหลานให้ถือปฏิบัติต่อกันมา
นับแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ ช่วง พ.ศ.2493-2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบว่า ประชาชนมีความเป็นอยู่ค่อนข้างทุกข์ยากลำบาก เวลาเสด็จออกเยี่ยมเยียนราษฎร ทรงพระราชทานช่วยเหลือด้วยการพระราชทานเงินและสิ่งของ เมื่อพระองค์มีพระบรมราโชบายว่า
“การแจกเงินสิ่งของแก่ราษฎรนั้น เป็นการช่วยเหลือชั่วคราวไม่ยั่งยืน การที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนอยู่รอดได้ก็คือการให้อาชีพ”
พระองค์ทรงเห็นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การให้ประชาชนช่วยตัวเองได้ ทุกครอบครัวมีรายได้เพื่อดำรงชีพ การพัฒนาจะต้องร่วมกันทุกฝ่าย ช่วยกันแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นหน่วยต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน การพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดสรรน้ำแบบมลประทานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรมพอๆกับการพัฒนาที่ดิน อันเป็นแนวทางพัฒนาอาชีพด้านส่งเสริมอาชีพอื่น ๆ
สิ่งเหล่านี้ คือที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในปี พ.ศ.2495 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปรพระราชฐานประทับ ณ พระตำหนักไกลกังวล พระองค์ทรงโปรดฯให้เริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรก คือ โครงการสร้างถนนเข้าสู่หมู่บ้านห้วยมงคล ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นทุรกันดารในชนบท

ต่อมา พ.ศ.2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดฯให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำโครงการแรก โดยสร้าง “อ่างเก็บน้ำเขาเต่า” ขึ้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อบรรเทาความแห้งแล้งให้แก่ราษฎร
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ทรงริเริ่มในระยะแรก ๆ เป็นโครงการที่มีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ราษฎรผู้มีอาชีพเกษตรกรรม และแก้ไขปัญหาของราษฎรเพื่อส่งเสริมให้เกิดความอยู่ดีกินดีนั่นเอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาวิธีการด้วยพระองค์เอง เมื่อทรงเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศมีอาชีพกสิกรรมอยู่ในชนบท พระองค์ทรงศึกษาด้วยการปลูกพืชบนดาดฟ้าพระตำหนักจิตรลดา รวมทั้งในบริเวณสวนจิตรลดา แม้ปัจจุบันพระองค์ยังทรงศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องข้าว พืชตระกูลถั่ว และอื่น ๆ ซึ่งพืชเหล่านั้นล้วนเป็นพืชสำคัญทางเศรษฐกิจแม้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะมีอยู่มากมายหลายประเภท แต่สามารถเรียกชื่อโครงการที่แตกต่างกันได้ 4 ลักษณะ คือ

โครงการตามพระราชประสงค์ คือ โครงการที่ทรงศึกษาทดลองปฏิบัติเป็นการส่วนพระองค์ โดยทรงศึกษาและหารือกับผู้เชี่ยวชาญในวงงานนั้น ๆ แล้วทรงหาวิธีทดลองปฏิบัติ ทรงพัฒนาและส่งเสริม แก้ไขดัดแปลงวิธีการระยะหนึ่ง เพื่อดูแลผลิตผลทั้งในและนอกพระราชฐาน ซึ่งต้องใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการทดลองจนกว่าจะเกิดผลดี ต่อเมื่อแน่พระราชหฤทัยว่าโครงการนั้น ๆ ได้ผลดี และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้รัฐบาลเข้ามารับช่วงงานต่อภายหลัง

โครงการหลวง คือ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจาะจงดำเนินการพัฒนาและบำรุงรักษาต้นน้ำลำธารในบริเวณป่าเขาทางภาคเหนือแหล่งต้นน้ำลำธาร เพื่อบรรเทาอุทกภัยในที่ลุ่ม และออมน้ำไว้หล่อเลี้ยงแม่ล้ำลำคลองในฤดูแล้ง ด้วยพื้นที่เหล่านี้อยู่บนที่สูง เป็นที่อาศัยของชาวไทยภูเขา จึงเป็นโอกาสให้มีการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ให้แก่บรรดาชาวเขาให้เลิกตัดไม้ทำลายป่าและเลิกทำไร่เลื่อนลอย ทรงพัฒนาช่วยเหลือชาวเขาให้รู้จักปลูกพืชหมุนเวียน อันได้แก่ ไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาว แทนการประกอบอาชีพปลูกฝิ่นที่ผิดกฎหมายและทำลายสภาพแวดล้อม ทำให้ชาวเขามีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชาวเขาทั้งหลายเกิดความซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยต่างพากันเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “พ่อหลวง” ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ริเริ่มด้วยพระองค์ท่านสำหรับชาวไทยภูเขา โครงการหลวง ก็คือ โครงการพระราชดำริที่ร่วมปฏิบัติผสมผสานกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ดอยต่าง ๆ ในภาคเหนือ เพื่อพัฒนาอาชีพชาวเขานั่นเอง
ปัจจุบันโครงการหลวงมีสถานีวิจัย 6 สถานี เช่น สถานีวิจัยที่ดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ และมีสถานีเพื่อส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนฝิ่นซึ่งเรียกว่า “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง” จำนวน 21 ศูนย์ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมากกว่า 300 คน โดยมีพื้นที่การปฏิบัติงานครอบคลุมในเขต 4 จังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน
ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างมีความเป็นอยู่ดีขึ้น มีอาชีพมั่นคงและมีรายได้มากขึ้น ต่างหันมาปลูกไม้ดอกไม้ผล และพืชผักเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น
โครงการหลวงได้รับคัดเลือกเป็นองค์กรดีเด่น และได้รับรางวัลแม็กไซไซ สาขาการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ ประจำปี 2531

โครงการตามพระราชดำริ คือ โครงการที่ทรงวางแผนพัฒนาแล้วทรงเสนอแนะให้รัฐบาลร่วมดำเนินการตามพระราชดำริ ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นในหลักการของพระองค์อยู่แล้ว จึงโดยเสด็จร่วมงานด้วยเป็นอย่างดี หน่วยงานร่วมของรัฐมีทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร
โครงการตามพระราชดำริมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นโครงการที่ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีปัญหา โดยทรงพิจารณาศักยภาพในด้านต่าง ๆ ที่ต้องการจะพัฒนา ยึดหลักต้องประหยัดและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดโครงการที่ใหญ่โตสลับซับซ้อนที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงเกินไปจนขาดความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง อีกทั้งวิทยาการที่นำไปใช้จะต้องไม่ขัดกับขนบประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น
พระองค์ทรงย้ำอยู่เสมอว่า พระราชดำริของพระองค์เป็นเพียงข้อเสนอแนะเท่านั้น หากผู้รู้หรือนักวิชาการเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็สามารถที่จะทักท้วงแก้ไขได้ตลอดเวลาหากโครงการตามพระราชดำริใดมีอุปสรรคหรือปัญหา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมักจะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรเพื่อทรงหาช่องทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้วยพระองค์เอง โครงการตามพระราชดำริมีอยู่ทุกภาคทั่วประเทศและครอบคลุมในหลายสาขา ไมว่าจะด้านการแพทย์ ด้านการศึกษา ด้านวิจัย ด้านชลประทาน การเกษตรสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณะ และด้านการส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น

โครงการในพระบรมราชานุเคราะห์ คือ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานข้อแนะนำและแนวพระราชดำรัสให้เอกชนไปดำเนินการ โดยเอกขนนั้น ๆ จะต้องรับผิดชอบด้านกำลังเงิน กำลังปัญญา และกำลังแรงงาน พร้อมทั้งการติดตามผลงานให้ต่อเนื่องโดยภาคเอกชนเอง
โครงการประเภทนี้ เช่น โครงการพัฒนาหมู่บ้านสหกรณ์เนินดินแดง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเอกชน เป็นต้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานไม่มีเว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่ว่าเวลากลางวันหรือกลางคืน พระองค์ทรงศึกษาข้อมูลเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ แล้วทรงคิดแก้ไขด้วยพระองค์เอง เนื่องจากระยะนั้นพระองค์ทรงเห็นว่า ปัญหาผลผลิตของเกษตรกรตกต่ำ เพราะมีวิธีการที่ล้าสมัย การเพาะปลูกบางพื้นทีปีละครั้ง อาศัยน้ำฝนจากท้องฟ้าอย่างเดียว ผลผลิตได้น้อย ไม่พอเลี้ยงครอบครัว มีเพียงแค่เก็บไว้บริโภคเท่านั้น หากพอมีผลผลิตไปขายก็เสียเปรียบพ่อค้าคนกลาง เกษตรกรไม่มีโอกาสฟื้นตัวทั้งที่กรำงานหนัก หากไม่คิดรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์แล้ว ก็จะถูกพ่อค้าคนกลางหรือผู้ซื้อเอารัดเอาเปรียบอยู่ร่ำไป จำเป็นที่รัฐจะต้องหาทางช่วยเหลือด้านการวิจัยและการทดลองให้เห็นผลเป็นตัวอย่าง ครั้งมีรัฐบาลอิสราเอลเข้ามาร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามโครงการความร่วมมือระหว่างไทยกับอิสราเอล เพื่อพัฒนาชนบทในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ด้านที่มีพื้นที่ติดกับอำเภอหัวหิน โดยมีการวิจัยด้านเกษตรและการวิจัยการตลาดด้วย โดยได้อาศัยพื้นที่บุกเบิกที่หมู่บ้านหุบกะพง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บริเวณพื้นที่ประมาณ 500 ไร่

การวิจัยครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นถึงพืชที่เกษตรกรควรปลูกนั้น ควรเป็นพืชที่ตลาดต้องการ และต้องแสดงให้เห็นว่าพืชที่ปลูกนั้นตลาดต้องการหรือไม่ มีคุณภาพดีเพียงใด นี่คือความรู้เบื้องต้นของธุรกิจการเกษตรที่เกษตรกรควรรู้อย่างยิ่ง พระองค์เน้นตลอดเวลาว่า เกษตรกรจะทำการเกษตรได้ผลดีที่สุดนั้น ต้องมีความรู้ในวิชาการเกษตร หลักการตลาด และหลักเศรษฐศาสตร์ด้วยระหว่างปี พ.ศ.2503-2513 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขยายตัวก้าวหน้ายิ่งขึ้น เห็นผลทันตากับเกษตรกรกลุ่มทดลอง เพราะได้รับการขานรับสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐบาล การทำงานของเกษตรกรได้ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ โดยยึดแนวปฏิบัติตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ ทุกโครงการมีเป้าหมายการพัฒนาให้เกษตรกรทั้งหลายได้รับประโยชน์โดยตรง โดยคำนึงไม่ให้ปกระทบกระเทือนถึงสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ และสังคมความเป็นอยู่ของท้องถิ่น เป้าหมายของโครงการ คือ เน้นการช่วยเหลือสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้นั่นเอง
วันเกิดของเอกโลกาปีนี้ พ่อซื้อหนังสือ “หลักทำธรรม ตามรอยพระยุคลบาท” ที่เขียนโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เป็นของขวัญวันเกิด พ่อบอกว่า
“หนังสือเล่มนี้ พ่ออ่านแล้วดีมาก เป็นเรื่องมีหัวข้อสั้น ๆ เขียนกระชับ มีอารมณ์ขัน พ่อให้เอกเป็นของขวัญวันเกิด ลูกอ่านแล้วรับรองมีเรื่องคุยกับตาเยอะเลยทีเดียว...”
“ขอบคุณครับพ่อ” เอกโลกายกมือไหว้ก่อนรับหนังสือมาพลิกพูดเรื่องแรก
เสียคนเพราะอยากร่ำรวย
เสียงพ่อพูดขึ้นว่า “ทุกเรื่องน่าอ่าน เขียนผสมผสานคำสอนของพ่อหลวงทรงกล่าวได้กินใจมาก เอกลองอ่านดูสักเรื่องจะวางไม่ลง หนังสือเล่มนี้ร้อยกว่าหน้า พ่ออ่านโดยไม่วาง ใช้เวลาชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้นเอง”
“ผมดีใจครับ ที่พ่อให้ของขวัญวันเกิด แม้จะเป็นหนังสือที่พ่ออ่านแล้วผมก็ภูมิใจ”
“เป็นหนังสือที่เราคนไทยควรอ่านมากทีเดียว อ่านแล้วเรายิ่งจะรักและเทิดทูนในหลวงของเรายิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามบ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง ไม่ทำตัวเห่อเดินตามกันฝรั่งไปซะทุกเรือง”“ครับ ผมจะอ่านแน่ ๆ ตอนนี้ผมกำลังทำรายงานเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งพระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ตากำลังค้นคว้าเขียน และพิมพ์งานในคอมพิวเตอร์ออกมาให้ผมผ่านตรวจทานให้ด้วย...”
เอกโลกาคุยกับบิดาครู่ใหญ่ก็ขอตัวลงมาที่บ้านหนังสือของตา ตายังขะมักเขม้นอยู่กับการพิมพ์งาน เด็กหนุ่มไม่อยากรบกวนสมาธิการทำงานของตา จึงเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบาแล้วเลี่ยงเข้าห้องส่วนตัวของเขา
เอกโลกาทรุดนั่งบนโซฟาริมหน้าต่าง เป็นโซฟาชุดเล็กสีดำสนิทที่เขาชอบ นอกหน้าต่างมองเห็นพุ่มใบมะม่วงโยกไหวตามสายลม นำไอเย็นเข้ามาถึงในห้องส่วนตัวของเขาโดยไม่ต้องเปิดพัดลม ถัดจากโซฟาชุดเล็กเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ ทำการบ้านหรือจะนั่งฟังเพลงตามสะดวก เพราะในห้องนอนมีเครื่องเสียงยี่ห้อดีไว้ฟังเพลงยามว่าง บางครั้งเขาก็เปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ คลอตอนนั่งทำการบ้าน ทำให้สมองของเขาลื่นไหลดีเหมือนกัน...
เอกโลกากำลังเห่อหนังสือใหม่ที่เพิ่งได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากพ่อ ที่แม้แต่ชื่อตอนแรกก็ชวนอ่าน ไม่เกินห้านาทีก็จบเรื่องแรก พอสรุปความสั้น ๆ ได้ว่า
“ประเทศไทยพัฒนาประเทศโดยยึดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งส่วนมากถูกชี้นำโดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทำให้เราก้าวสู่ยุคปรับเปลี่ยนจากวิถีชีวิตเดิม เปลี่ยนไปสร้างความร่ำรวยด้วยเงินทอง คือ สร้างการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ทุกฉบับ โดยยึดตามซีกโลกตะวันตกที่ยึดถือวัตถุ ซึ่งต่างจากชาวเอเชียยึดถือเรื่องคุณธรรม วัฒนธรรม ความมีจริยธรรมเป็นที่ตั้ง ความต้องการเงินที่คิดว่าทำให้ร่ำรวย ทำให้เราพัฒนาประเทศด้วยต้องการเทคโนโลยี เน้นให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม เราเสียทรัพยากร เพราะขายทุกสิ่งทุกอย่างในแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นป่า แร่ธาตุ ยางพารา ดีบุก และข้าว เป็นต้น
เราคนไทยเสียคน เพราะลืมหลักธรรมนำชีวิต ลืมเดินบนเส้นทางสายกลาง แต่เปลี่ยนไปเป็นเดินเข้าสู่ความโลภ ความหลง การกอบโกยทุกอย่างเข้าเป็นสมาชิกสังคมบริโภคสุดตัว
ทุกคนต้องการบ้านหลังใหญ่ ๆ รถเก๋งขี่ราคาแพง ๆ สินค้ายี่ห้อแบรนด์เนม รูดการ์ดบัตรเครดิตแทนเงิน เพราะทุกคนใช้กันฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยนี่เรียกว่ารวยจนเสยคน เราลืมการครองชีวิตครองตัวอยู๋อย่างพอดี อยู่อย่างถ่อมเนื้อถ่อมตน ยึดเส้นทางสายกลาง อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งกับพวกเราคนไทยมาตลอด เราก็มีความสุขพอสมควร”
เอกโลกาบันทึกข้อความที่เรียกว่าวรรคทองของเรื่องลงสมุดบันทึกของเขา พอเสร็จเสียงตาก็เรียกดังมาเด็กหนุ่มออกไปนั่งอ่านตรวจต้นฉบับให้ตา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นมากกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการหลากหลาย ดำเนินการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น โครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทาน ด้านพัฒนาดิน ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสวัสดิการสังคม ด้านการศึกษา เป็นต้น โดยมีหลักของโครงการที่สรุปได้ดังนี้

1.โครงการของพระองค์ เป็นโครงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในขณะที่ประชาชนคนไทยกำลังประสบความเดือดร้อน เช่น ความเดือดร้อนอันเกิดจากภัยแล้ง บ้างก็จากอุทกภัยน้ำท่วม วาตภัย เป็นต้น เพราะสิ่งที่ประชาชนประสบความเดือดร้อนนั้น ล้วนเป็นเรื่องคาดการณ์ล่วงหน้ามิได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมุ่งเน้นถึงความจำเป็นของโครงการเหล่านี้ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจึงมีความจำเป็นเพราะเดือดร้อนจริง ๆ ดังพระราชดำรัสว่า
“...อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงโน้น ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม เอาตกลงรื้อบ้านนี้ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ไหน ไม่มีที่อยู่ ก็ต้องคิดเสียก่อน แล้วค่อย ๆ ดู ตรงนี้ยังพออยู่ได้ไปรื้อตรงห้องโน้น แล้วก็ค่อย ๆ สร้าง แล้วมารื้อตรงห้องนี้ วิธีทำจะต้องค่อย ๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้...”
2.โครงการของพระองค์ เน้นการพัฒนาเป็นขั้นตอน ตามลำดับความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนมีรากฐานมั่นคง ทรงมุ่งเน้นการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยใช้ปรัชญาการพึ่งพาตนเองให้อยู่ได้ เช่น ทำให้หมู่บ้านเข้มแข็งยืนอยู่ด้วยขาของเขาก่อน แล้วจึงออกไปสู่สังคมภายนอก
3.โครงการของพระองค์ ทำให้ประชาชนพัฒนาตนให้อยู่ในสังคมได้โดยสามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวพระราชดำริหลักของการดำรงอยู่อย่าง “เศรษฐกิจพอเพียง”
4.โครงการของพระองค์ เป็นโครงการเสริมสร้างการทำมาหากิน เน้นการทำเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีตัวอย่างให้ประชาชนเห็น เพื่อนำไปสู่การกระทำ โดยเน้นการเรียนรู้จริง แล้วนำไปปฏิบัติได้เอง
ดังนั้น จากพระราชดำริ ทรงตั้งศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเป็นสถานศึกษา เพื่อการทดลอง การวิจัย ให้การศึกษาอย่างมีวิธีการพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และการทำมาหากินของประชาชนในภูมิภาคนั้น ๆ
5.โครงการของพระองค์ มุ่งให้การอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการบำรุง ปรับปรุงแหล่งทรัพยากรป่าไม้ แหล่งน้ำ ที่ดิน เช่น โครงการพัฒนาและรณรงค์การปลูกหญ้าแฝกรักษาดินและน้ำ เป็นต้น6.โครงการของพระองค์ มุ่งที่จะส่งเสริมและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดี โดยเฉพาะปัญหาน้ำเสียในกรุงเทพ การแก้ด้วยการใช้ผักตบชวาพืชน้ำตามธรรมชาติช่วยกรองสิ่งสกปรก การใช้กังกันน้ำชัยพัฒนาช่วยบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มโครงการส่วนพระองค์ขึ้น เพื่อค้นคว้าทดลองด้วยพระองค์เอง โดยโปรดฯ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อทรงรับฟังความคิดเห็น โดยพระองค์สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญด้วยพระองค์เอง โครงการส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชดำริล้วนเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อค้นคว้าทดลองเรื่องต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ต่ออาชีพของเหล่าพสกนิกรไทยทั้งหลาย เช่น ทดลองเรื่องการประมง กรมป่าไม้ เพื่อการอนุรักษ์ป่า การปลูกและดูแลป่า ทรงเน้นให้เห็นว่า ป่าดีน้ำอุดม ทุกสิ่งทุกอย่างพลอยอุดมสมบูรณ์ตามไปด้วย หากประเทศชาติขาดป่า ความอุดมในทรัพยากรก็จะขาดไปด้วย ป่าทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ฝนตกตามฤดูกาล กับน้ำท่วม ภัยแล้งจะไม่เกิดขึ้นหากบ้านเมืองอุดมด้วยป่าไม้ การขยายพันธุ์ปลานิลในสวนจิตรลดา ล้วนเป็นโครงการส่วนพระองค์ที่ทรงทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงโปรดพระราชทานแก่ประชาชน เช่น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริล้วนเกิดขึ้นสำหรับเกษตรกรชาวไทยทั้งสิ้น เพื่อสร้างอาชีพอันมั่นคง ให้เกิดความอยู่ดีกินดี เกิดความร่มเย็นต่อพสกนิกรของพระองค์ทั้งสิ้น โครงการส่วนพระองค์ที่ตายกตัวอย่างในงานเขียน คือ
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น